คู่มือเลือกซื้อและหัดเล่นกีต้าร์คลาสสิค ฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่

คู่มือเลือกซื้อและหัดเล่นกีต้าร์คลาสสิค ฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่

ในบรรดาเครื่องดนตรีสำหรับผู้เริ่มต้น กีต้าร์โปร่งมักจะเป็นตัวเลือกแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงและพบเห็นได้ทั่วไปตามแผงเครื่องดนตรี อย่างไรก็ตามกีต้าร์คลาสสิค (Classical Guitar) ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่น่าสนใจและตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นเรียนดนตรี โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นที่กังวลเรื่องอาการเจ็บนิ้วจากการกดสายเหล็ก หรือผู้ที่ชื่นชอบในโทนเสียงที่มีความทุ้มลึก นุ่มนวล และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีพื้นฐานทางด้านดนตรีมาก่อน การแยกความแตกต่างระหว่างกีต้าร์คลาสสิคและกีต้าร์โปร่งทั่วไปอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากรูปร่างภายนอกที่มีความคล้ายคลึงกัน แต่อันที่จริงแล้ว เครื่องดนตรีทั้งสองประเภทนี้มีรายละเอียดเชิงโครงสร้าง วิธีการเล่น รวมถึงธรรมชาติของเสียงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การขาดความเข้าใจพื้นฐานที่ถูกต้องอาจนำไปสู่การเลือกซื้อเครื่องดนตรีที่ไม่ตรงกับสไตล์การเล่นที่ต้องการ หรืออาจทำให้เกิดความท้อถอยในการฝึกซ้อมช่วงแรกได้

บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การทำความรู้จักลักษณะเฉพาะของกีต้าร์คลาสสิค กฎเหล็กในการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งาน และการแนะนำอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น เพื่อเป็นคู่มือช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถศึกษาข้อมูลได้อย่างละเอียด ถี่ถ้วน และถูกต้อง ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อกีต้าร์ตัวแรกมาเป็นเพื่อนคู่ใจในการฝึกซ้อมต่อไป

กีต้าร์คลาสสิคคืออะไร? ทำไมถึงแตกต่างจากกีต้าร์โปร่งทั่วไป

หากมองจากภายนอกแบบเผิน ๆ กีต้าร์คลาสสิคและกีต้าร์โปร่งทั่วไป (Acoustic Guitar) อาจดูคล้ายกันจนทำให้มือใหม่หลายคนสับสน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กีต้าร์คลาสสิคคือต้นกำเนิดของกีต้าร์โมเดิร์นในปัจจุบัน และมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากกีต้าร์โปร่งสายเหล็กอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถแยกแยะความแตกต่างได้จาก 3 จุดสังเกตหลัก ดังนี้

  • ประเภทของสายที่ใช้
    • กีต้าร์คลาสสิค: ใช้สายไนลอน (Nylon Strings) ซึ่งทำมาจากวัสดุสังเคราะห์คล้ายพลาสติก โดยสายเบส (สาย 4, 5, 6) จะเป็นแกนไนลอนแล้วพันทับด้วยขดลวดโลหะ สัมผัสของสายไนลอนจะมีความนิ่ม ยืดหยุ่นสูง และใช้แรงกดน้อยกว่า ทำให้ผู้เริ่มต้นรู้สึกเจ็บนิ้วน้อยกว่าในขีดจำกัดช่วงแรก โทนเสียงที่ได้จะมีความทุ้ม นุ่มนวล ละมุนตา และอบอุ่น
    • กีต้าร์โปร่งทั่วไป: ใช้สายเหล็ก (Steel Strings) ตัวสายมีความตึงและแข็งกว่ามาก ให้โทนเสียงที่ใส ดังกังวาน มีความพุ่งของเสียงสูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการเจ็บนิ้วที่มากกว่าในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ของการฝึกซ้อม
  • โครงสร้างของคอกีต้าร์ (Neck & Fretboard)
    • กีต้าร์คลาสสิค: มีคอกีต้าร์ที่กว้างและแบนกว่ากีต้าร์โปร่งทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และไม่มีความโค้งมนบนฟิงเกอร์บอร์ด เหตุผลที่คอต้องกว้างเนื่องจากต้องการเพิ่มระยะห่างระหว่างสายแต่ละเส้น เพื่อให้ผู้เล่นสามารถใช้นิ้วกดโน้ตเดี่ยว ๆ หรือเล่นการประสานเสียง (Polyphony) ได้อย่างแม่นยำ โดยที่นิ้วจะไม่ไปเบียดหรือโดนสายข้างเคียง แต่อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวสำหรับคนที่มีสรีระมือเล็ก
    • กีต้าร์โปร่งทั่วไป: มีคอกีต้าร์ที่แคบ เรียว และมีความโค้งรับกับอุ้งมือ ช่วยให้สามารถโอบมือจับคอร์ด (Chord) และใช้นิ้วโป้งช่วยประคองได้ง่าย เหมาะสำหรับการตีคอร์ดร้องเพลง
  • ส่วนหัวและระบบการยึดสาย (Headstock & Bridge)
    • กีต้าร์คลาสสิค: หัวกีต้าร์จะเป็นแบบฉลุร่องซี่ (Slotted Headstock) และมีแกนตั้งสายขนาดใหญ่ที่ทำจากพลาสติกหรืออีโบไนต์ ส่วนบริเวณสะพานสาย (Bridge) ด้านล่างจะไม่มีหมุดยึดสาย แต่จะใช้วิธีการผูกเงื่อนของสายไนลอนเข้ากับรูสะพานสายโดยตรง
    • กีต้าร์โปร่งทั่วไป: หัวกีต้าร์มักจะเป็นแผ่นตัน (Solid Headstock) มีลูกบิดโลหะยื่นออกด้านข้าง และระบบยึดสายที่สะพานสายจะใช้หมุดพิน (Bridge Pins) ในการกดล็อกหัวหมุดของสายเหล็กเอาไว้

ด้วยความแตกต่างด้านโครงสร้างเหล่านี้ ส่งผลให้กีต้าร์คลาสสิคมักถูกนำไปใช้เล่นดนตรีแนวบรรเลง (Fingerstyle) ดนตรีคลาสสิคสากล ดนตรีสไตล์สเปน (Flamenco) หรือแนวบอสซาโนวา (Bossa Nova) เป็นหลัก ในขณะที่กีต้าร์โปร่งสายเหล็กจะตอบโจทย์ดนตรีแนวป๊อป ร็อค หรือโฟล์คซองที่เน้นการตีคอร์ดเป็นจังหวะมากกว่านั่นเอง

3 กฎเหล็กพื้นฐานในการดูแลรักษากีต้าร์คลาสสิค

3 กฎเหล็กพื้นฐานในการดูแลรักษากีต้าร์คลาสสิค

หลังจากทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของกีต้าร์คลาสสิคแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาที่มือใหม่จำเป็นต้องรู้คือวิธีการดูแลรักษา เนื่องจากกีต้าร์ประเภทนี้มีธรรมชาติของวัสดุและแรงตึงที่ละเอียดอ่อนกว่ากีต้าร์ทั่วไป หากดูแลรักษาอย่างผิดวิธีอาจส่งผลให้เครื่องดนตรีเสียหายถาวรได้ โดยมี 3 กฎเหล็กพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

กฎข้อที่ 1: ห้ามนำสายเหล็กมาใส่เด็ดขาด

นี่คือข้อห้ามที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ใช้งานกีต้าร์คลาสสิค โครงสร้างภายในของกีต้าร์คลาสสิคถูกออกแบบและจัดวางไม้มาเพื่อรองรับแรงตึงของสายไนลอนซึ่งมีแรงดึงค่อนข้างน้อย ในขณะที่สายเหล็กของกีต้าร์โปร่งมีแรงตึงมหาศาลมากกว่าสายไนลอนถึงเท่าตัว หากนำสายเหล็กมาใส่ แรงฉุดที่มากเกินไปจะทำให้ไม้หน้าโก่งตัว คอกีต้าร์คดงอจนไม่สามารถแก้ไขได้ หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด สะพานสายอาจฉีกขาดและหลุดกระเด็นออกจากตัวบอดี้จนทำให้กีต้าร์พังเสียหายทันที

กฎข้อที่ 2: เตรียมใจเรื่องสายหย่อนง่ายและต้องตั้งสายบ่อย

สำหรับผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนสายไนลอนเส้นใหม่ หรือเพิ่งซื้อกีต้าร์คลาสสิคมาใช้งานเป็นครั้งแรก มักจะพบปัญหาว่าทำไมตั้งสายตรงแล้ว พอเล่นไปไม่ถึง 5 นาทีเสียงก็เพี้ยนหรือหย่อนลงอีก ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นเรื่องปกติทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากคุณสมบัติของไนลอนมีความยืดหยุ่นตัวสูงมากและต้องใช้เวลาในการปรับสภาพให้เข้ากับแรงตึง

วิธีรับมือคือ ในช่วง 3-7 วันแรก ผู้เล่นจะต้องขยันตั้งสายบ่อย ๆ ก่อนการฝึกซ้อมทุกครั้ง เพื่อให้สายไนลอนค่อย ๆ ตึงและอยู่ตัว หลังจากผ่านระยะเวลานี้ไปแล้ว สายจะเริ่มคงที่และไม่มีปัญหาเสียงเพี้ยนบ่อยอีกต่อไป

กฎข้อที่ 3: หลีกเลี่ยงความร้อนสะสมและความชื้นที่รุนแรง

ไม้ที่นำมาประกอบเป็นกีต้าร์คลาสสิคเป็นวัสดุธรรมชาติที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างมาก สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือความร้อนสะสม เช่น การเก็บกีต้าร์ไว้ในรถยนต์ที่จอดตากแดด เพราะความร้อนที่สูงจัดจะทำให้กาวที่เชื่อมต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ ของกีต้าร์เสื่อมสภาพและละลายออก ส่งผลให้โครงสร้างกีต้าร์แยกออกจากกัน

นอกจากนี้การเก็บกีต้าร์ไว้ในห้องที่ชื้นจัดหรือแห้งจัดเกินไป เช่น ห้องแอร์ที่เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา ก็มีผลทำให้ไม้ขยายหรือหดตัวจนแตกร้าวได้ วิธีการดูแลที่ดีที่สุดคือการเก็บกีต้าร์ไว้ในกระเป๋าที่มีฟองน้ำหนาหรือกล่องเคสแข็งหลังใช้งานเสร็จ และเก็บไว้ในบริเวณอุณหภูมิห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

อุปกรณ์พื้นฐานกีต้าร์คลาสสิคที่มือใหม่ต้องมีติดตัว

อุปกรณ์พื้นฐานกีต้าร์คลาสสิคที่มือใหม่ต้องมีติดตัว

นอกเหนือจากการมีตัวกีต้าร์คลาสสิคคู่ใจแล้ว การเตรียมอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับการฝึกซ้อมก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม อุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการฝึกเล่นให้ไวขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องเครื่องดนตรีให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ยาวนานอีกด้วย โดยมีอุปกรณ์พื้นฐาน 4 ชิ้นที่มือใหม่ควรจัดหามาไว้ใช้งาน ดังนี้

  • เครื่องตั้งสาย (Tuner) หรือแอปพลิเคชันตั้งสาย
    เนื่องจากสายไนลอนมีคุณสมบัติหย่อนและเพี้ยนได้ง่ายในช่วงแรก การฝึกซ้อมด้วยระดับเสียงที่ถูกต้องจึงสำคัญมากต่อการฝึกโสตประสาทของผู้เริ่มต้น มือใหม่ควรมีเครื่องตั้งสายแบบหนีบหัวกีต้าร์ (Clip-on Tuner) ซึ่งตรวจจับความถี่จากการสั่นสะเทือนของไม้ ทำให้ตั้งสายได้แม่นยำแม้ในห้องที่มีเสียงรบกวน หรือในปัจจุบันสามารถเลือกดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตั้งสายฟรีบนสมาร์ทโฟนมาใช้งานทดแทนก่อนได้เช่นกัน
  • ที่วางเท้า (Footstool) หรือที่รองกีต้าร์ (Guitar Support)
    ท่านั่งที่เป็นมาตรฐานของการเล่นกีต้าร์คลาสสิคคือการวางตัวบอดี้ไว้บนต้นขาซ้าย และยกคอกีต้าร์ให้เชิดเฉียงขึ้นทำมุมประมาณ 45 องศา เพื่อให้ข้อมือและนิ้วมือซ้ายสามารถกดลิ่มนิ้วบนคอกีต้าร์ที่กว้างได้ง่ายและถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ดังนั้นที่วางเท้าเพื่อใช้รองเท้าซ้ายให้สูงขึ้น หรือที่รองกีต้าร์แบบดูดติดกับตัวบอดี้ จึงเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยจัดสรีระร่างกายในการนั่งซ้อมให้สบาย ไม่ปวดหลัง และเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กระเป๋ากีต้าร์แบบบุฟองน้ำหนา (Padded Gig Bag)
    กีต้าร์คลาสสิคค่อนข้างบอบบางและไวต่อการกระแทก รวมถึงสภาพอากาศภายนอก การเลือกกระเป๋าใส่กีต้าร์จึงไม่ควรใช้แบบผ้าบางทั่วไป แต่ควรเลือกประเภทที่มีการบุฟองน้ำหนาอย่างน้อย 10-20 มิลลิเมตรขึ้นไป เพื่อช่วยรองรับแรงกระแทกจากการพกพาเดินทาง และช่วยควบคุมอุณหภูมิรวมถึงความชื้นไม่ให้เข้าถึงตัวไม้ตรง ๆ เมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • ผ้าไมโครไฟเบอร์และอุปกรณ์ทำความสะอาด
    หลังจากการซ้อมเสร็จในแต่ละครั้ง คราบเหงื่อ ไคล และน้ำมันจากนิ้วมือจะเกาะอยู่บนสายไนลอนและฟิงเกอร์บอร์ด หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้สายหนืด เสียงทึบ และทำให้เนื้อไม้สะสมสิ่งสกปรก การมีผ้าไมโครไฟเบอร์เนื้อนุ่มติดตัวไว้สำหรับเช็ดทำความสะอาดสายและตัวบอดี้แห้ง ๆ หลังเล่นเสร็จ จะช่วยยืดอายุการใช้งานของสายไนลอนให้คงความใสได้นานขึ้น และรักษาสภาพสีผิวของกีต้าร์ให้ดูใหม่อยู่เสมอ

สรุป

กีต้าร์คลาสสิคถือเป็นเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการใช้สายไนลอนที่ให้โทนเสียงทุ้มนุ่มนวลและลดอาการเจ็บนิ้ว ซึ่งแตกต่างจากกีต้าร์โปร่งทั่วไปที่มีคอแคบและใช้สายเหล็กที่มีแรงตึงสูง โดยโครงสร้างที่กว้างและแบนของกีต้าร์คลาสสิคนั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเล่นเพลงแนวบรรเลงและโน้ตเดี่ยวได้อย่างแม่นยำ ผู้ที่เริ่มต้นใช้งานจึงจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของเครื่องดนตรีชนิดนี้ โดยเฉพาะกฎเหล็กห้ามใส่สายเหล็กเด็ดขาดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้าง รวมถึงต้องพร้อมรับมือกับสายที่หย่อนและเพี้ยนง่ายในช่วงแรก ซึ่งต้องการการตั้งสายที่สม่ำเสมอ

สำหรับการเริ่มต้นฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ มือใหม่ควรจัดเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นควบคู่ไปด้วย ได้แก่ เครื่องตั้งสายเพื่อรักษามาตรฐานของเสียง กระเป๋าแบบบุฟองน้ำหนาที่ช่วยปกป้องตัวไม้จากความร้อนและความชื้น ผ้าไมโครไฟเบอร์สำหรับเช็ดคราบเหงื่อหลังการใช้งาน และอุปกรณ์สำคัญอย่างที่วางเท้าหรือที่รองกีต้าร์ เพื่อช่วยจัดสรีระท่านั่งให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ การเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้และการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างราบรื่นและมีความสุขกับการบรรเลงบทเพลงดนตรีคลาสสิคต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *